Suratsawadee's profilemy worldPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 21 หาดแตกผลุบจากจันทบุรี ไปโผล่ที่พัทยา
ฟังแล้วก็น่ารักดี...และทำให้เกิดยิ้มมุมปาก... ตีสอง ยี่สิบห้านาทีตีสอง ยี่สิบห้านาที ขณะนี้เวลา 02:25 (ตีสอง ยี่สิบห้านาที) ของวันที่ 21 สิงหาคม 2552 ตอนนี้กำลังเปลี่ยนความถี่ในเมืองอัมสเตอร์ดัม หลังจากที่กรุงเฮกเรียบร้อยโรงเรียนโรมาเนีย อินเดีย แล้วก็ไทยไปแล้ว นี่เป็นคืนที่สองที่มาทำงาน ครั้งแรก วันเสาร์ที่ 1 สิงหา ครั้งที่สอง คืนวันพฤหัสที่ 13 สิงหา ครั้งที่สาม คืนวันพฤหัสที่ 21 สิงหา วันนี้ควบสองจ็อบ ถ้าเสร็จงานเปลี่ยนความถี่ก็จะเป็นการล้างบางสามจีพารามิเตอร์ในเมืองไอโฮเฟน.... ครั้งที่สี่ ติดตามตอนต่อไป :o) August 14 ตีสี่ สามสิบเจ็ดนาทีขณะนี้เวลา 04:37 (ตีสี่ สามสิบเจ็ดนาที) ของวันที่ 14 สิงหาคม 2552 มาทำงานที่บริษัท เปลี่ยนความถี่ในเมืองรอตเตอร์ดัมแล้ว ตอนนี้กำลังรอไฟเขียวเพื่อเปลี่ยนความถี่ในกรุงเฮกอยู่ ระบบปฏิบัติการก็ดันมามีปัญหาอีกและ นี่เป็นคืนแรกที่มาทำงาน ครั้งแรก วันเสาร์ที่ 1 สิงหา ครั้งที่สอง คืนวันพฤหัสที่ 13 สิงหา ครั้งที่สาม ติดตามตอนต่อไป :o) August 04 นิทานดอกลั่นทมมีเรื่องราวเล่าต่อ ๆ กันมาว่า แต่ก่อนนี้ ดอกลั่นทมมีเพียงสีขาวบริสุทธิ์ และเป็นที่รักยิ่งของเทพแห่งแสงจันทร์ ทุกคืนที่แสงจันทร์สาดส่อง ดอกลั่นทมจะอวลกลิ่นหอมขจรไกล มีเทพแห่งแสงจันทร์เคียงใกล้อยู่ไม่ห่าง แต่เมื่อถึงคืนแรมอันไร้จันทร์ ดอกลั่นทม และเทพแห่งแสงจันทร์ก็โศกเศร้าทุกคราวที่ต้องพรากจากกัน จนในคืนหนึ่ง เทพแห่งแสงจันทร์จึงเอ่ยชวนให้ดอกลั่นทมไปอยู่ด้วยกันบนดวงจันทร์ แต่ ณ ที่นั้น ไม่มีหลากสีสันเช่นบนพื้นโลก ทุกสิ่งล้วนอาบน้ำค้างแสงจันทร์จนเป็นสีเหลืองเรืองรอง " ก่อนอื่นต้องใช้น้ำค้างแสงจันทร์ระบายให้ทั่วกลีบดอก พุ่มใบ และลำต้นของเธอเสียก่อน " เทพแห่งแสงจันทร์กล่าว แต่ทำอย่างไรจึงจะนำน้ำค้างแสงจันทร์ลงมายังพื้นดินได้ ทันใดนั้นเทพแสงจันทร์พลันเหลือบไปเห็นดอกไม้สีขาวอีกชนิดหนึ่งซึ่งแย้มบานอยู่ใกล้ต้นลั่นทม " กรวยของดอกไม้นี้ลึกพอที่จะใช้ใส่น้ำค้างได้ " เทพแห่งแสงจันทร์กล่าวอย่างยินดี ดังนั้นเทพแห่งแสงจันทร์จึงนำดอกไม้สีขาวกลับไปยังดวงจันทร์เพื่อใช้บรรจุหยาดน้ำค้าง เมื่อกลับมาที่ต้นลั่นทมอีกครั้ง เทพแห่งแสงจันทร์ใช้พู่ดอกหญ้าจุ่มน้ำค้างแสงจันทร์จากกรวยดอกไม้ และเริ่มระบายลงที่กึ่งกลางดอกลั่นทมอย่างแผ่วเบา ยังผลให้ส่วนกลางของดอกไม้กลายเป็นสีเหลืองสดใส แต่ทว่าเมื่อเทพแห่งแสงจันทร์จุ่มพู่กันลงในกรวยดอกไม้เป็นครั้งที่สาม เขาพบว่าในนั้นไม่มีน้ำค้างแสงจันทร์หลงเหลืออยู่เลย และดอกไม้แต่เดิมที่เคยเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ก็กลับกลายเป็นสีเหลืองสดใสไปทั้งดอก " ดอกไม้ที่ร้ายกาจขโมยน้ำค้างแสงจันทร์ไปเสียหมด " เทพแห่งแสงจันทร์ร้องอย่างโกรธแค้น " ฉันไม่ได้ตั้งใจ และไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรด้วย " ดอกไม้สีเหลืองปฏิเสธ แต่เทพแห่งดวงจันทร์ไม่รับฟัง ผลุนผลันกลับไปยังดวงจันทร์อย่างรีบร้อน มีเวลาเพียงแค่คืนนี้เท่านั้น ที่น้ำค้างจะเปลี่ยนสีของดอกลั่นทมได้ เมื่อใดที่แสงอาทิตย์สาดมาต้อง ต่อให้ใช้น้ำค้างแสงจันทร์มากเท่าไรก็ไม่อาจเปลี่ยนสีของดอกไม้ได้อีก เทพแห่งแสงจันทร์กลับมาหาดอกลั่นทมอีกครั้ง ด้วยความโศกเศร้า ดวงดาวที่เหนื่อยล้าดื่มกินน้ำค้างแสงจันทร์หมดสิ้น ไม่เหลือน้ำค้างแม้เพียงสักหยดเดียวสำหรับดอกลั่นทม ก่อนรุ่งอรุณ ทั้งสองลาจากกันด้วยความเศร้าระทม แต่ต่างให้สัญญาว่าจะมั่นคงกันตลอดไป ดอกไม้สีขาวรู้สึกละอายใจ ที่เป็นเหตุแห่งความเศร้านี้ จนไม่กล้าบานรับแสงจันทร์ได้เหมือนอย่างเคย มันแย้มกลีบบานเวลาเช้าตรู่ และนอนหลับตลอดคืนอันยาวนาน จนกลายเป็นดอกไม้บานของเวลาเช้าในที่สุด แต่สำหรับดอกลั่นทม ยังคงเศร้าใจอยู่ไม่คลาย สีเหลืองของน้ำค้างแสงจันทร์ที่ระบายไว้ คอยย้ำเตือนให้มันระลึกถึงเรื่องราวอันแสนเศร้านี้อยู่เสมอ ๆ ลั่นทมจึงกลายเป็นดอกไม้แห่งความเศร้าระทมตั้งแต่นั้นมา August 03 เร แมคโดแนลด์ ผู้ชายแห่งการผจญภัยยุค หนึ่งเขาคือสัญลักษณ์ของวัยรุ่นในประเทศไทย นอกจากนี้ เขายังเป็นสัญลักษณ์ของคนเดินทางการผจญภัย ความขบถอีกเป็น 10 ปีให้หลัง เร แมคโดแนลด์ อาจจะดูไม่ค่อยเหมือนวัยรุ่นยุคนี้เท่าไหร่แล้ว แต่คงผิดมากถ้าใครจะบอกว่าพลังแบบเดิมๆ ของเขาหายไปหมดผิดอย่างแรงขอบอก... ตอน นี้เขากำลังมีงานภาพยนตร์เรื่อง "หนีตามกาลิเลโอ" ซึ่งเขารับบทบาทเป็น "ตั้ม" หนุ่มไทยในปารีส ที่ผ่านการใช้ชีวิตมาโชกโชน ที่สอนให้ทั้งสองสาวตระหนักในความเป็นจริงของชีวิตมากขึ้น ซึ่งจะว่าไปบทนี้ก็ตรงกับตัวจริงของเขาอยู่ไม่น้อย แม้จะไม่เหมือนเขาซะทีเดียว "เขาเหมือนคนไทยคนหนึ่งที่เลือกที่จะ อยู่ที่โน่น ตัวเขาอาจจะหนีอะไรมาเหมือนกัน หรือมาเจออะไรที่นี่มากกว่าก็เลยมาอยู่ที่นี่" เรสรุปในฐานะนักแสดงที่ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี แต่สำหรับเขา เรว่ามันไม่เหมือนตรงที่เขาเป็นแค่คนชอบเดินทาง ที่พักหลังๆ ชักอยากอยู่บ้านให้นานมากขึ้น "พูดแบบเสียงสั่นจากลำคอเลย แต่เดี๋ยวตี 4 พรุ่งนี้ก็ต้องไปอีกแล้ว" เรพูดพลางหัวเราะ "มัน ก็มีหลายๆ คนที่เขาพักร้อนเพื่อหาเวลาไปเที่ยว สำหรับผมแล้วมันก็คงสลับกัน ถ้าพักร้อนต้องหาเวลาหยุดอยู่กับบ้านเฉยๆ อยู่กับคนที่เรารัก ปีนี้อาจจะไปน้อยหน่อยก็ไม่เป็นไร" ถ้าถามว่าการแบกเป้ แล้วออกจากบ้านไปผจญภัยที่เมืองนอกอย่างที่ตัวละครในเรื่อง หนีตามกาลิเลโอทำ หรือว่าที่เขาทำมันได้อะไรบ้าง "ได้รู้ว่าแบก (เป้) นานๆ แล้วเจ็บหลัง" เรกึ่งยิงกึ่งผ่าน (มุข) "เดี๋ยว นี้ผมเลยใช้แบบเข็นดีกว่า ไม่เน้นลุคแบบนี้ยูนิฟอร์มของแบ๊คแพค แล้วไม่เน้นเท่ไม่ต้องมียูนิฟอร์มแล้ว อะไรที่มีล้อแล้วลากๆ ได้เวิร์กมาก พออายุ 30 กว่าๆ มันเริ่มแบกไม่ไหว เข็นไปเถอะ น้องๆ อาจจะหัวเราะเราแต่ก็ดีกว่า" เขาหัวเราะร่า คำตอบแบบจริงจังขึ้น หน่อย เรบอกว่า ที่จริงแล้วแต่ละทริปมันก็ให้อะไรกับเขาทุกครั้ง แม้จะต่างสถานที่กัน สุดท้ายก็มักให้บทเรียนเดิมๆ กับเขาเสมอ นั่นก็คือการไกลบ้าน การไปอยู่แปลกถิ่นกลับยิ่งทำให้รู้จักตัวเองและบ้านตัวเองมากยิ่งขึ้น "ทุก ทริปมันมีอยู่แล้วมันทำให้เรามองย้อนกลับมาเห็น เสน่ห์ใกล้ๆ ตัวที่บ้านเรา เราเห็นมากๆ อยู่มากๆ เสน่ห์มันอาจจะจางหาย พอไปอยู่ไกลๆ แล้วมองกลับมาบ้านเรา ก็เจอว่ามันมีทุกอย่างเลย มันมีครบหมด มันมีเสน่ห์ที่เขาอาจจะมองว่าเหมือนของมีตำหนิ แต่บางทีมีตำหนินี่ มันก็อาจจะเป็นของดีเหมือนกัน ที่เห็นเหมือนบ้านเรามันเละเทะ แต่ว่ามันเป็นเสน่ห์ของกรุงเทพฯ มันมีเสน่ห์ว่าทำไมกรุงเทพฯถึงติดอันดับเมืองที่น่ามาเที่ยวที่สุดในโลก ก็เพราะไอ้เล็กๆ พวกนี้" เรว่า อย่างไรก็ตาม ถึงจุดหนึ่งอารมณ์ที่อยากหนีปัญหาที่เมืองไทยไปอยู่ที่อื่นอย่างตัวละครในหนังนั้น เขาเองก็เคยเป็นมาก่อน "นึก ว่าคำตอบมันอยู่ที่อื่น เด็กๆ เราเคยเป็นอย่างนั้น เราจะไปโทษสถานที่แล้วก็คน นึกว่าไปอีกที่ปัญหามันจะหายสุดท้ายไม่แก้มันก็จะมาหลอกหลอนตัวเอง The only way out is in คือทางออกของปัญหาอยู่ในใจเราเอง....." เรระเบิดเสียงหัวเราะเพราะรู้สึกว่าตัวเองพูดได้ซึ้งเกินไปหน่อย "โคตรเซ็งเลย" เขาบ่นขำๆ เรเล่าว่า เด็กๆ เองเขาเคยพยายามหนีแบบนี้มาก่อนหลายครั้งแล้ว และผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วแบบโชกโชน แต่สุดท้ายปัญหาก็ไม่จบถ้าไม่แก้ แม้การอยู่ไกลปัญหาที่เกิดขึ้นจะช่วยด้านจิตใจได้แป๊บหนึ่งก็เถอะ สุดท้ายปัญหาก็ยังอยู่ของมันแบบเดิม "ที่จริงบางคนไปเพื่อโอกาสเพราะ เขารู้สึกว่าที่นี่ (ประเทศไทย) มันหมดแล้ว สุดท้ายทุกคนก็อยากไปที่ที่มีความหวังให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น บางคนก็มองว่า เมืองนอกน่าจะมีคำตอบให้ทุกอย่าง แต่ผมพบว่าเพื่อนผมที่ไปอยู่ที่โน่นจนเป็นโรบินฮู้ด อยู่นานๆ สุดท้ายเขาก็ต้องกลับมาเมืองไทยอยู่ดี บางครั้งคนไปมันก็ไม่ใช่เรื่องเงิน เป็นเรื่องประสบการณ์ แค่อยากลองใช้ชีวิตเมืองนอกดูแค่นั้น" "ผมว่า การไปเมืองนอกบางทีมันก็ไม่ใช่แค่งานนะ มันได้ไปอยู่ได้ทำงานและใช้ชีวิต อาจจะเป็นช่วงที่เขามีแรงอยู่และอยากทำอะไรใหม่ๆ เขาอาจจะได้อะไร จากการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ทำความสะอาด เสิร์ฟ ฯลฯ บางทีเราเองก็ยังต้องการงานใหม่ๆ มันอาจจะไม่ใช่งานเท่ๆ ดูดีมีเกียรติ แต่เราก็อยากรู้ตัวเองว่าทำได้หรือเปล่า ทำไปสักพักอาจจะเห็นมุมอะไรใหม่ๆ ก็ได้ ไม่ใช่เกิดมาครั้งเดียวแล้วจะต้องทำอะไรตามกันไปแบบนั้น สุดท้ายปูที่นอนอาจจะมีความสุขกว่าก็ได้" เรยักไหล่ ส่วนอนาคตในการเดินทางในวงการบันเทิงของตัวเขาเอง เรมองว่าตอนนี้เขาอยู่มาเกินคุ้มแล้วถึงคราวจะต้องให้อะไรกลับบ้าง "คน อาจจะมองว่า ดาราวัยรุ่นอยู่มาได้ 5-10 ปี ก็ดีแล้ว ผมก็ได้ยินอย่างนี้เยอะ มันก็แล้วแต่คนนะ มันคงมีอายุของมัน บางคนก็อยู่ได้นาน สุดท้ายก็อยู่ที่คุณภาพของตัวเอง อย่างผมก็ยังงงว่าอยู่มาได้ไง ก็คิดว่าน่าจะอยู่มาเกินคุ้มแล้วล่ะ แต่ผมไม่ใช่คนที่เข้ามาในวงการแล้วก็โกยๆ แล้วก็ชิ่ง (ที่จริงน่าจะทำบ้างนะ ไม่งั้นป่านนี้รวยไปแล้ว ติสต์อยู่ได้-เรเหน็บตัวเองหัวเราะร่วน) เราเข้ามาเราก็อยากจะพัฒนาตัวเองและทำอะไรให้วงการนี้บ้าง" เขาก็ ตั้งใจว่าจะทำบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ แล้วก็ผลิตรายการโทรทัศน์ดีๆ ออกมารวมไปถึงร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ หลายๆ คนเพื่อเปิดช่องทีวีดาวเทียมเพื่อให้มีที่สำหรับรายการโทรทัศน์ดีๆ ได้ออกอากาศ "ผมอยากทำรายการที่ดูสนุก คนทำก็สนุก ได้เป็นอาชีพด้วย คนดูได้ความรู้แล้วให้แรงบันดาลใจในสิ่งที่ที่เขาอยากทำแล้วไม่ยอมก้าว กระโดดก้าวแรก บางทีเราทำรายการไปแล้ว อาจจะทำให้เขารู้สึกอยากจะทำมันก็ได้ อาจจะมีแบบนี้ไม่เยอะ แต่มันก็รู้สึกดีน่ะที่ได้ทำ" เรสรุป และที่ตรงนั้นที่การเดินทางของเขาในอีกมุมกำลังจะเริ่มขึ้น เรื่องจาก มติชนรายวัน จำได้ว่าแบกเป้ใหญ่ ๆ เที่ยวครั้งแรกอย่างเต็มตัวที่โมร็อคโค ใครคือท่านผู้นำประเทศคนต่อไป???เมื่อกี้ดูวู้ดดี้สัมภาษณ์หมอกฤษณ์จบ อยากรู้เหมือนกันว่าแม่นอย่างที่พูดหรือเปล่า
เค้าทำนายเรื่องนายกฯไทยกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่น่าติดตาม
ไทย : ในปี 54 บ้านเมืองสงบ กลับสู่สภาวะปกติ
นายกฯ คนใหม่ของไทยชื่อขึ้นต้นด้วยอักษร "ว" มีเชื้อสายจีน
ที่สำคัญวู้ดดี้เคยสัมภาษณ์เค้าออกรายการมาแล้ว
ก็เลยตามไปดูประวัติการสัมภาณ์ของรายการวู้ดดี้เกิดมาคุยในวิกิพีเดีย
ได้รายละเอียดคนที่เค้าเคยสัมภาษณ์ที่ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร "ว" มีดังนี้
1. โหรวารินทร์ ผู้หยั่งรู้ชะตาบ้านเมือง ออกอากาศเมื่อ : 19 กรกฎาคม 2552
2. ด้านมืดของ มหาเศรษฐีพันล้าน วิกรม กรมดิษฐ์ ออกอากาศเมื่อ : 19 เมษายน 2552
???ตัวเลือกมีค่อนข้างน้อย ไปคิดต่อเอาละกันว่าน่าจะเป็นใคร???
สหรัฐอเมริกา : โอบามาจะได้เป็นประธานาธิบดีเพียงสมัยเดียว
คนต่อไป มองไม่เห็น
คนต่อไปจากคนต่อไป คือ อาโนล คนเหล็ก เค้าจะมาเมืองไทย และวู้ดดี้จะได้สัมภาษณ์เค้าภายในสองปีนี้
ปล. ฝากบอกเค้าด้วยว่า "ผมขอแสดงความยินดีด้วย"
ช่วงนี้มีสัมภาษณ์หมอดู คนเห็นผี แสกนกรรมกันเยอะ
บางทีมันก็พิสูจน์ยาก...
การติดตามผลสิ่งที่เค้าพูด อาจจะพอบอกอะไรเราได้บ้างก็ได้ ว่า "ศาสตร์ด้านนี้มันมีจริง" หรือเป็นเพียง "การโกหกคำโตของพวกหวังผลประโยชน์" จากความเชื่องมงายของคนไทย มารู้จักการออกแบบการเงินกันเราคงปฏิเสธ เงิน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตอยู่ในโลกทุนนิยมแห่งนี้ไม่ได้
เมื่อเราไม่สามารถปฏิเสธมันได้ เราก็คงต้องมาเรียนรู้วิธีการจัดการกับมันอยู่บ้าง
วันนี้ได้ดูรายการสุริวิภา เกี่ยวกับ การจัดการกับเงิน
โดย สถาปนิกออกแบบการเงิน คุณเดิมพัน อยู่วิทยา ซึ่งเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่ปี 2541
ทำหน้าที่ออกแบบการเงินให้พวกดารา และบริษัท เป็นหลัก
ค่าใช้จ่าย เลือกได้ว่าจะให้คิดเป็นรายชั่วโมง หรือ รายเดือน
ก็เลยลองสรุปสาระที่เราสามารถเอามาปรับใช้ได้ดังต่อไปนี้
# เราควรจะได้ LIVE LIKE YOU WANT IT TO BE และรู้จักออกแบบการเงินเพื่อไม่ให้ชีวิตเป็นไปตามยถากรรม
# งานของเค้าก็คือ วางแผนการเงิน และการลงทุน ให้ลูกค้า และการรับผิดชอบต่อเป้าหมายของลูกค้า
เช่น อนาคตต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ส่งลูกเรียนต่างประเทศ มีเงินเที่ยวเมืองนอก
# สินค้าที่ใช้วางแผนการเงินทั่วโลกมี 3 หมวดหมู่
1. SAVING ออมทรัพย์ เงินออม ใน
1.1 ธนาคาร
1.2 กองทุนรวมเงินฝาก รายวัน/รายสัปดาห์/3 เดือน/6 เดือน/1 ปี
1.3 พันธบัตรรัฐบาล
1.4 หุ้นกู้
2. INVESMENT ลงทุน
2.1 PROPERTY อสังหาริมทรัพย์
2.2 กองทุนรวม หุ้น/RETAIL
2.3 หุ้น
3. INSURANCE
3.1 SAVING
3.2 PROTECTION ให้การคุ้มครองชีวิต
3.3 ค่ารักษาพยาบาล
# การคำนวณเงินที่ควรมี หรือควรเก็บได้ ณ ปัจจุบัน
รายได้ 1 ปี / 10 x อายุ = เงินเก็บที่ควรมี
1,000,000 / 10 x 30 = 3,000,000
# อันดับแรกที่ควรทำ
คือ การเปลี่ยนทัศนคติ จาก รายรับ - รายจ่าย = เงินออม
มาเป็นสมการรวยชัวร์ คือ รายรับ - เงินออม = รายจ่าย
ต้องการเก็บเท่าไหร่ ก็โอนกลับไปฝาก เก็บก้อนนั้นไว้ก่อนเลย
# เริ่มจากการทำตารางใช้จ่าย เช่น มีรายรับ 10 ล้าน ควรเหลือเก็บ 4 ล้าน ทำไมไม่ถึง
(อื้ม พวกดารานี่เค้ารายได้เยอะเนอะ ทำยังไงจะทำให้ได้คิดแบบนี้มั่งเน้อ
อันดับต่อมาก็ทำตารางมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ = รายรับ - หนี้สิน
# เป้าหมาย คือ อิสรภาพทางการเงิน คือ
รายรับ (ไม่มีหนี้) / รายจ่าย = มากกว่า 1
1,000,000 / 1,000,000 = 1 พอดี
1,000,000 / 500,000 = 2 เหลือ
10,000 / 100,000 = 0.1 ขาด
# "จำเป็นต้องเห็นภาพความสำเร็จ ก่อนที่จะลงมือทำ" วิเชียร เลิศไพศาล
แล้วปรับแผนปัจจุบันเพื่อให้ได้ไปถึงภาพในอนาคตนั้น
อื้ม เหมือนแนวคิดทั่วไปของการขายตรงที่ให้ดูภาพของพวกสำเร็จขั้นเทพแล้ว
# ลูกค้าจะได้คิดมากขึ้นก่อนซื้อของสักชิ้น พยายามดึงเงินมาลงทุนในสินทรัพย์ หรือคอนโด
รวมถึงการให้กำลังใจในการลงมือทำ
# ไม่มีทำไม่ได้ มีแต่ไม่ได้ทำ
# หนี้มี 2 ประเภท
1. หนี้ที่มีประโยชน์ เป็นหนี้จากการลงทุน (บ้าน), รถที่ต้องใช้ในการเดินทางไปทำงาน แต่ต้องไม่เกินความสามารถในการผ่อนส่ง
2. หนี้ที่ไม่ก่อเกิดประโยชน์ เช่น หนี้บัตรเครดิต, personel loan พยายามอย่าเป็นหนี้บัตรเครดิต เพราะดอกเบี้ยสูง
# คำปรึกษาสำหรับคนมีหนี้
1. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
2. ขายสิงทรัพย์ที่ไม่จำเป็น เพื่อ ลดหนี้ และ จะได้รู้ว่ามันไม่จำเป็น/ไม่ควรซื้อ
3. ปรับโครงสร้างดอกเบี้ย เช่น จำนองบ้าน (บ้านดีกว่าที่ดินเปล่า) ดอกเบี้ย <10% มาโปะบัตรเครดิต 20%
4. วางแผนภาษี โดยเฉพาะผู้มีรายได้ต้องเสียภาษา ต้องดูการลงทุนใน RMF,LMF,Insurance,ดอกเบี้ยบ้าน
5. วางแผนการเงินในอนาคต เพื่อ
Retirement ไม่ใช่ แก่ = ความสุขสบาย หรือ Financial Freedom = อิสรภาพทางการเงินในอนาคต August 01 ไม่เปลี่ยนแปลง....เปลี่ยนความถี่คราวนี้เดินเครื่องโดยทีมงานคนไทยกว่าครึ่ง
เมื่อคืนนั้นเป็นแฟมิลี่บิสิเนส อาเจ๊กับอาเฮีย รับอาสาเข้ามาทำงาน
ส่วนวันเสาร์้ต้นเดือนอย่างนี้ เราเริ่มต้นวันด้วยการมาทำงานที่บริษัทตั้งแต่แปดโมงครึ่ง ด้วยความที่ฝรั่งหัวแดงต่างปฏิเสธการมาำทำงานตอนกลางคืน หรือวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่เหล่าแรงงานอพยพ ยังคง say "yes!!!" ไม่เปลี่ยนแปลงไปแม้จะทำงานมากันเกือบสี่ปีแล้ว นับว่าปณิธาณความงกวันลา ที่จะได้ทดแทนนั้น ยังอยู่ในสายเลือดคนไทยไม่เปลี่ยนแปลง.... |
|
|